!εїз~*~εїз!'s profile!εїз~*•:*´¨`*:•»-(¯`v´¯)...PhotosBlogLists Tools Help

Sutthinant Tonglert

Occupation
Interests
•:*´¨`*:•۩ ۞ ۩•:*´¨`*:•
Photo 1 of 42
September 09

ฝึกภาคทะเลรุ่น๔๘

วัน จันทร์ ที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๔๙

                นาฬิกาปลุกเวลาประมาณ ๐๔๓๐ ยังงัวเงียๆอยู่ ลุกจากเตียงถือขันเข้าห้องน้ำ รูสึกตื่นเต้นแปลกๆ นี่เรากำลังจะไปฝึกภาคทะเลกันรึ แต่งตัวเปลี่ยนเป็นชุดปกติเสร็จก็ลงมารวมแถวพร้อมสัมภาระอันหนักอึ้ง โหลดของขึ้นรถบัสคันที่ ๑๒ จากนั้นก็เดินไปทานข้าวที่โรงเลี้ยงประกอบอาหารของโรงเรียน ทานเสร็จก็เดินกลับมาขึ้นรถออกเดินทางจากโรงเรียน ระหว่างทางหลับตลอดทางเลย ตื่นมาอีกที่ก็ถึงป้อมพระจุลฯ เวลา ๐๘๔๕ ด้วยสัญชาตญาณ ช่วงฝึกต้องมีความกระตือรือร้นรีบวิ่งลงไปรวมแถวทันใด สักพักก็เริ่มรูสึกว่าความลำเค็ญนั้นเริ่มมาเยือนซะแล้วสิเรา พูดยังไม่ทันขาดคำ ก็มีนายทหารยศเรือโทคนหนึ่งใส่แว่น สั่งพวกเราปล่อยม้าไป ๓-๔ รอบเสาร์ นี่ขนาดยังไม่ได้ขึ้นไปบนเรือเลยนะ ไม่อยากจะนึกเลยว่าขึ้นไปข้างบนแล้วจะเป็นยังไง สักพักก็สั่งให้ขึ้นไปบนเรือ เมื่อขึ้นไปถึงตัวเรือทุกครั้ง ตามแบบขนบธรรมเนียมประเพณีของทหารเรือที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เมื่อขึ้นไปบนเรือทุกครั้งต้องหันไปทางท้ายเรือแล้วทำความเคารพทุกครั้ง ในที่นี่บนเรือรบของไทยเราให้ทำความเคารพธงราชนาวี หลังจากนั้นไม่นานนักเมื่อขึ้นไปบนเรือทุกคนแล้วก็ทำการเช็คยอด ครบแล้วก็สั่งให้พวกเราลงไปที่พักของเรือซึ่งเรียนว่า ห้องกลาสี แล้วให้เปลี่ยนเครื่องแต่งกายไปเป็นชุดอยู่เรือ <หมวกฝึกพราง,เสื้อศึกษา,เสื้อชูชีพ,กางเกงฝึกพราง,รองเท้าพละ> สำหรับวันนี้การฝึกไม่ค่อยมีอะไรมากมาย มีการพาไปแนะนำสถานที่ต่างๆบนเรือ ได้แก่ ห้องสภา ห้องเครื่อง ห้องพยาบาล ฯลฯ แต่ละจุดที่ดูทุกครั้งต้องมีการสั่งนั่งราบซึ่งเหมือนจะสบาย แต่ที่ไหนได้ ก็พึ่งจะรู้ก็วันนี้นี่เองว่าความร้อนของเหล็กบนเรือมันร้อนได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ เสร็จภารกิจช่วงเช้าถึงเวลาประมาณ ๑๒๐๐ ก็รับประทานอาหารกลางวันซึ่งเป็นการรับประทานอาหารมื้อแรกบนเรือหลวงสุรินทร์ มื้อแรกยังเป็นอาหารที่ประกอบการมาจากโรงเลี้ยงที่โรงเรียน ก็หน้าตาเดิมๆ พอช่วงบ่ายก็มีการชี้แจงการปฏบัติตามระเบียบต่างๆบนเรือ จากนั้นก็พาชมสถานที่ที่เหลือ เสร็ขภารกิจประมาณ ๑๘๐๐ ก็รับประทานอาหารเย็น สำหรับวันนี้เป็นวันสบายๆไม่ค่อยมีอะไร ชี้แจงการปฏิบัติต่างๆเสร็จเรียบร้อยก็ปล่อยเข้าสภาแล้วก็นอนเวลา ๒๑๐๐

 

วัน อังคาร ที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๙

                แตรเรือปลุกเวลา ๐๕๓๐ ผูหมวดก็เรียกรวมบริเวณแทงค์เด็ก <บริเวณใต้ท้องเรือ>

หลังจากที่เรียกรวมแถวประมาณ ๗ นาทีก็ยังมาไม่ครบ จึงปล่อยแถวให้มาเปลี่ยนเป็นชุดอยู่เรือ แล้วก็มารวมแถวเวลา ๐๕๕๐ การฝึกวันนี้เริ่มโดยการฝึกประจำสถานีพร้อมรบซึ่งเริ่มประมาณ ๐๖๐๐ ให้นักเรียนดูการเตรียมพร้อมรบและการป้องกันความเสียหายที่เกิดจากการปะทะซึ่งทหารเรือเขาบอกว่า เรือรบที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือเรือที่มีการป้องกันความเสียหายนานที่สุด ซึ่งเรือรบแต่ละลำจะไม่มีหน่วยนี้ดพียงหน่วยเดียวเพราะเวลาเกิดการปะทะ ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเพียงแค่จุดเดียวเท่านั้น พอถึงเวลา ๐๗๐๐ ก็รับประทานอาหารเช้าเสร็จประมาณ ๐๗๑๕ ก็ออกเดินเรือไปเกาะสมุย เวลา ๐๗๓๐ มีการให้นักเรียนดูการออกเรือจนถึงเวลา ๐๘๐๐ ก็มีการบรรยายการนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นลงจากเรือบริเวณท้ายเรือถึงเวลาประมาณ ๐๙๐๐ ก็ฟังบรรยายการรับส่งของทางทะเลระหว่างเรือระหว่างเรือหลวงสีชัง กับ เรือหลวงเรือหลวงสุรินทร์ เสร็จจากนี้ก็รอดูการนำเฮลิคอปเตอร์ลงซึ่งลงสู่พื้นเรือครั้งแรกเวลา ๑๐๓๕ เฮลิคอปเตอร์ที่นำมาโชว์มีชื่อว่า “SUPER LINK”  ลงพื้นได้สวยงามมาก หลังจากนั้นก็ปล่อยกินสภาเวลา ๑๑๑๕ ผู้หมวดบอกว่าให้อุดหนุนให้เยอะๆ ในเมื่อเราอุดหนุนเยอะ ก็จะแสดงให้เห็นว่า เรือเราลำเค็ญแค่ไหน สักพักถึงเวลา ๑๒๐๐ รับประทานอาหารกลางวัน อาหารมื้อนี้ทานกับ แพนงหมู+แกงจืดหมูสับ+ต้มถั่วเขียว อร่อยกว่าที่โรงเรียนทำหลายร้อยเท่าตัวเลย ทานเสร็จประมาณ ๑๒๓๐ ผู้หมวดก็ปล่อยลงไปจัดระเบียบห้องกลาสี ถึงเวลา ๑๒๕๐ ก็เรียกขึ้นมารวมที่ดาดฟ้ากลางลำเรือ พอถึงเวลา ๑๓๑๐ อยู่ดีดีก็โดนแดกโดยตั้งตัวไม่ทัน แดกไปแดกมาก็มาทราบทีหลังว่าเป็นนเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ซึ่งก็คือ เรื่องไม่ปูที่นอน ถึงเวลา ๑๓๒๐ ก็ปล่อยพักผ่อน ไม่ต้องคิดอารายมาก ปล่อยพักเมื่อไหร่ก็นอนเมื่อนั้น หลับไปสักพัก เวลา ๑๓๕๐ ก็รวมแถวบริเวณดาดฟ้ากลางลำเรือแล้วปล่อยขึ้นมานั่งบนสะพานเดินเรือเพื่อชื่นชมทัศนียภาพ ลมแรงๆ อากาศดีมากๆ ก็เคยเห็นนี่แล่ะ ที่เค้าบอกว่ามีแต่ฟ้ากับน้ำ มันเป็นแบบนี้นี่เอง หลังจากนั้นมีการสาธิตการส่งของทางทะเลระหว่างเรือ ๒ ลำ เวลา ๑๖๑๐ ลงมารวมแถวที่ดาดฟ้ากลางลำเรือเพื่อชมการสาธิตการป้องกันความเสียหายโดยมีชุดสาธิตการดับไฟจากการปะทะของข้าศึกซึ่งทำให้เรือเกิดไฟไหม้สร้างความเสียหาย ซึ่งถ้าเรือลำใดมีการป้องกันความเสียหายที่มีปะสิทธิภาพ เรือลำนั้นก็จะทำการรบได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน ถึงเวลาอาบน้ำทะเล เวลาประมาณ ๑๖๕๐ พลาฯสั่งให้ลงไปถอดชุดออกให้หมดนำแต่ขัน กับ สบู่มารวมแถวที่เดิมเวลา ๑๗๐๐ เพื่ออาบน้ำทะเล แสบสะใจจริงๆ เสดแล้วก็กลับลงไปเปลี่ยนเป็นชุดอยู่เรือเพื่อรอรับประทานอาหารเย็น เวลา ๑๘๐๐ รับประทานอาหารเย็น เสร็จก็โดนแดกเรื่องเศษอาหารต่อเป็นปกติวิสัย เวลาประมาณ ๐๖๕๕ ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า เคารพธงราชนาวี แล้วก็มาโดนแดกอีกเรื่องความกระตือรือร้น หลังจากนั้นก็ปล่อยทำภารกิจส่วนตัว รวมแถวบริเสณแทงค์เด็กเวลา ๑๙๑๐ เพื่อฟังบรรยายการช่วยชีวิตคนในน้ำจากมนุษย์กบ ๓ คน เขาสอนการว่ายน้ำในท่า Side Stroke ซึ่งเป็นท่ามาตรฐานในการว่ายน้ำเข้าฝั่งเกาะสมุย ซึ่งมีระยะทางประมาณ ๓๐๐ เมตร ภารกิจเสร็จสิ้นวันนี้ก็นอนเวลาปกติ ๒๑๐๐

 

วัน พุธ ที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๔๙

                ตื่นนอนมารวมแถวเวลา ๐๔๑๕ ประเดิมด้วยการโดนแดกในท่าพุ่งหลังเป็นจำนวน ๗๒๒ ยก พ่งที่ไหนไม่พุ่ง มาพุ่งมาพุ่งในแทงค์เด็ก ซาวนด์น่าดีดีนี่เอง ตอนแรกนึกว่าจะสั่งเลิกทำ แต่ไม่เลย ทำจนครบเสร็จก็ตอน ๐๖๐๐ ปล่อยพักแล้วมารวมที่ดาดฟ้ากลางลำสักพักก็ปล่อยมาเปลี่ยนเป็นชุดว่ายน้ำ เพื่อว่ายเข้าเกาะ มารวมอีกครั้งเวลา๐๖๑๕ แล้วก็ออกกำลังกายแบบทหารเรือ ๘ ท่าติดต่อกัน สำหรับเรามันเป็นเรื่องที่ง่ายมากๆ แต่ทำไมเพื่อนหลายๆคนถึงทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ไม่รู้เสร็จจากนี้ก็รับประทานอาหารเช้า เวลา ๐๗๐๐ อาหารมื้อนี้มีเพียงข้าวสวย กับ ต้มจืดหมูสับเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันก็อร่อยกว่า อาหาร ๓ อย่างที่โรงเรียนทำ มื้อนี้มีเวลารับประทานอาหารเพียง ๕ นาที เนื่องจากผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหารจะมาตรวจเยี่ยมให้โอวาทแก่นักเรียนเตรียมทหาร เสร็จแล้วก็ได้เวลาเคารพธงพอดี คือเวลา ๐๘๐๐ เวลา ๐๘๑๕ จากนั้นรวมถ่ายรูปกับ อ.โชติ เวลา ๐๘๔๕ เริ่มปล่อยชุดแรกลงไป กว่าชุดเราจะได้ปล่อยก็ประมาณ ๐๙๓๐ โดยเรือยกพลขึ้นบกไปปล่อยที่ปากอ่าวห่างจากฝั่งประมาณ ๓๐๐ เมตร เมื่อถึงจุดว่ายก็กระโดดลงจากเรือในท่าตีลังกากลับหลัง ว่ายถึงฝั่งเวลา ๑๐๐๐ จากนั้นต่อรถ ๒ แถวไปหาบังกะโลพักแถวๆหาดละไม ค่าที่พักถูกมากๆ หลังละ ๒๐๐ บาท สภาพสมราคา มาถึงก็อาบน้ำ ทานข้าวกล่อง ถึงเวลา ๑๑๓๐ ก็พากันออกไปซื้อของที่ เซเว่น-อีเลฟเว่น เสร็จแล้วก็กลับมานอนเอาแรง ๒ ชั่วโมงเต็มๆ ตื่นมาบ่ายสองโมงเก็บของออกเดินทางไปน้ำตกหน้าเมือง มาถึงก็ถ่ายรูปแล้วก็มานั่งกินส้มตำไก่ย่างริมน้ำตก อร่อยมากๆ เวลา ๑๕๑๕ ก็กลับมาที่ท่าเรือหน้าทอน รอกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง ๑๗๐๕ ถึงตัวเรือหลวงสุรินทร์ รอทานข้าวเย็นเวลา ๑๘๐๐ อาหารมื้อนี้มีแกงเขียวหวานไก่ ทานเสร็จก็รอเคารพธงราชนาวีเสร็จประมาณ ๑๘๓๐ เรียนทัศนสัญญาณตั้งแต่๑๙๐๐ ถึง ๒๐๕๐  เสร็จแล้วก็ปล่อยพัก อาบน้ำนอน แล้วก็แบ่งชุดทำความสะอาด นอนเวลา ๒๑๐๐ และแล้วก็ผ่านไปอีก ๑ วัน

 

วัน พฤหัสบดี ที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๔๙

              วันนี้ตื่นเร็วผิดปกติ คือ ตื่นมามาเวลา  ๐๒๓๐ ไม่ใช่อะไร ท้องเสียอย่างหนัก สงสัยจะเป็นเพราะข้าวกล่องเมื่อวาน นั่งแช่อยู่ในห้องน้ำเกือบๆ ครึ่ง ชั่วโมง เวลา ๐๓๐๐ ก็กลับมานอน ตื่นมาอีกที เวลา ๐๔๐๐ รวมแถวเพื่อเช็คยอดกำลังพล ยังงัวเงียๆอยู่ ก็โดนแดกในท่าพุ่งหลัง ๘ จังหวะ ๑๐๐๐ ยก ก็เลยงงว่าเรื่องอะไรกัน อืม...นะ ทำไป ๑๐ ยก ก็สั่งเลิกทำ แล้วก็สั่งไปรวมแถวที่ดาดฟ้ากลางลำ ตรวจยอดกำลังพลอีกครั้ง เสร็จแล้วก็ปล่อยทำภารกิจส่วนตัว แต่ก่อนปล่อย พลาฯได้แยกพวกที่ท้องเสียเมื่อคืนออกมารับยา ไอ้เราก็นึกว่าจะมีแต่เราคนเดียว ที่ไหนได้ มีประมาณ ๔๐ คนได้เสร็จแล้วก็ปล่อยพัก เวลาประมาณ ๐๕๒๐ ระลอกใหม่อีกแล้วเป็นครั้งที่ ๔ เสร็จปั๊บก็รวมแถวพอดี ยังไม่ทันได้ล้างหน้าแปรงฟันเลย แถวพร้อมยอดได้ เวลา ๐๕๔๕ เวลา ๐๖๐๐ ก็ปล่อยชมทัศนียภาพ ซึ่งขณะนี้เรือเรากำลังเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติหมูเกาะอ่างทอง ถึงประมาณ ๐๖๔๕ วิวสวยมากๆ บริเวณนี้มีเกาะน้อยใหญ่มากมาย อากาศดีมากๆ ผ่านหมู่เกาะนี้ไปก็ปล่อยพักนอนยาวถึงเวลา ๐๘๓๐ รวมแถวดาดฟ้ากลางลำ เวลา ๐๘๔๕ เริ่มบรรยายการประจำสถานีรบโดยใช้ปืนกล ๔๐/๗๐ ในการยิงเป้าหมาย ถึงเวลา ๐๙๑๕ ก็ให้ลงไปดู VDO  Seal Training ที่ห้อง mate พลทหาร การฝึกซีลเป็นอะไรที่หนักมากๆ ใครที่จบหลักสูตรถือว่าเป็นยอดคนเลยก็ได้ จากนั้นก็ออกมาดูการยิงปืนกลอีกครั้ง เวลา ๐๙๕๐ ปืนกล ๕๑ เริ่มยิงนัดแรกเริ่มจากกราบขวา เวลา ๑๐๑๕ เสียง ปั้งง....!!! นักแรก ตกใจหมดเลย เสียงดังมากๆ หนวกหูไปหมด ปรากฏว่ายิงไปหลายนัดพอสมควร กว่าจะโดนเป้าหมายซึ่งเป็นเกาะหินเล็กๆ ที่อยู่กลางทะเล ต่อไปจะเป็นการยิงจากกราบซ้ายเริ่มยิง เวลา ๑๐๕๐ เหลือบไปเห็นเรือสีชังลุกนั่งไปดูงานไป เค็ญจริงๆ อย่างนี้แล่ะน๊า ทำบุญมาน้อยกันเอง ต่อไปเป็นการยิงเป้าอากาศยานทางกราบขวา เวลา ๑๑๕๐ เป้าเล็กขนาดนั้นคงจะยิงโดนหรอก ถึงเวลา ๑๒๐๐ รับประทานอาหารกลางวัน เสร็จแล้วก็กำลังจะยิงเป้าอากาศยานทางด้านกราบซ้าย เริ่มยิงเวลา... แต่เดี๋ยวก่อน พลาฯ เจอเม็ดบ๊วย ๑ เม็ดที่พื้น ถามว่าเป็นของใคร แต่ไม่มีใครยอมรับ เกือบจะพาซวยกันหมดแล้วสิ ใครก็ไม่รู้ไม่ยอมทิ้งหลักฐานให้เป็นที่เป็นทาง สงสัยคืนนี้จะไม่รอด อาหารกลางวันนี้อร่อยมากๆเลย อยากจะเจอหน้าพ่อครัวเรือเหลือเกิน มีกะเพราหมู+ไข่ต้ม+กล้วยหอม อาหารอร่อยแต่ให้เวลาทานเพียงแค่ ๕ นาที กะว่าจะทานอย่างสบายๆสักมื้อหนึ่ง ไม่มีเลย ถึงเวลา ๑๓๐๕ ต้นเรือมาบรรยายการแปรรูปขบวนเรือเพื่อทำภารกิจต่างๆ ร่วมกัน ตอนนี้กำลังรอเวลาเพื่อที่จะไปเข้ายามผลัดแรกของพวกเรา ภาคกลางกราบซ้าย เข้ายามเวลา ๑๔๐๐-๑๖๐๐ จุดเข้ายามจุดแรกคือ พนักงานวิทยุ ๑ เวลา ๑๕๒๐ เพื่อนๆที่เหลือรวมแถวกลางลำ แต่เราก็เข้ายามตามปกติอยู่บนสะพานเดินเรือ กำลังมองเพื่อนที่กำลังจัดแถวอยู่ด้านล่าง ซึ่งเป็นภาพที่สวยงาม น่าประทับใจ และหาดูได้ยากมากๆ คิดในใจ ถ้าเพื่อนโดนแดก แล้วเราจะทำยังไงกันดีสัพักเวลา ๑๖๐๐ ออกเวรเสร็จก็ปล่อยพัก ถอดชุดออกให้หมดเพื่อที่จะมาอาบน้ำทะเลอีกแล้ว ซึ่งก่อนที่จะมาอาบน้ำทะเลนั้น พวกเราก็ได้ออกกำลังกายแบบทหารเรือในท่า ๘ ท่าติดต่อ เสร็จประมาณ ๑๗๓๐ ก็ปล่อยมาเปลี่ยนเป็นชุดอยู่เรือ แล้วขึ้นมารับประทานอาหารเย็น อาหารถูกปากอีกสุดๆ มื้อนี้ลาบหมู+ต้มไก่ใส่ขิง เราก็ทานไปประมาณ ๒ เท่าของที่เพื่อนๆทาน โฮกจัด...! ทานเสร็จก็ทำความสะอาดประมาณ ๑๐ นาที แล้วก็ขึ้นมารวมแถวที่ดาดฟ้ากลางลำ เพื่อมาฟังพลาฯเรือหลวงพระทอง <ร.ต.อรรจน์ คำคูณ ร.น.>  ของเรานี่เอง มาบรรยายในเรื่องเกี่ยวกับอุปกรณ์เดินเรือ และ ตอบคำถาม นตท. นานาคำถามถึงประมาณ ๒๐๐๐ ก็สั่งให้ขึ้นไปบนสะพานเดินเรือเพื่อดูการส่งสัญญาณมอสระหว่างเรือทั้ง ๒ ลำ ถึงเวลาประมาณ ๒๑๐๐ ก็สั่งให้มารวมแถวที่แทงค์เด็ก พลาฯชี้แจงให้ทำความสะอาดโดยแบ่งเป็นชุดละจุด ถึงเวลา ๒๑๑๕ ต้นเรือจะมาตรวจ พลาฯบอกว่าถ้าได้รับคำชม คืนนี้ก็นอนหลับฝันดี ตรวจเสร็จแล้วก็ปล่อยนอน ผ่านไปอีกวัน ปลุกเราด้วยนะ เข้าเวรตี ๒...

 

วัน ศุกร์ ที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๔๙

                 ตื่นๆ..... เข้าเวรโว้ยเสียงตะโกนจากเพื่อนร่วมภาค เหลือบไปดูนาฬิกา อ๊ะ..ซวยแล้วสิเรา ขณะนี้เวลา ๐๑๕๕ เข้าเวรเวลา ๐๒๐๐ ไปไม่ทันแน่ๆเลย ก็เลยรีบเปลี่ยนเป็นชุดเข้าเวรอย่างรวดเร็ว ปรากฏว่าเข้าเวรช้าไป ๒ นาที ก็ยังพอประทัง แรกๆก็ตู้ยืนเข้าเวร แต่หลังๆ ก็หลับไปกว่าครึ่งภาค ผู้หมวดอนาวิล ขึ้นมายืนตั้งนาน ไอ้คนที่ตื่นก็ไม่ปลุกเพื่อน ก็นึกว่าจะซวยกันหมดแล้ว ออกเวรเวลา ๐๔๐๐ หลับปางตาย ตื่นมาอีกที ๐๕๓๐ รวมแถวที่ดาดฟ้ากลางลำตรวจยอดกำลังพล เวลา ๐๕๔๕ ก็ออกกำลังกายแบบทหารเรือ และท่าอื่นๆ อีก ประมาณ ๖-๗ ท่า สักพักทุกคนก็เริ่มเครียดอีกแล้ว เช้านี้พลาฯมาอย่างฝืด เหตุสืบเนื่องมาจากความสบายเข้าครอบงำ ส่งผลไปสู่การปฏิบัติที่เละละ กล่าวคือ เวรผลัด ๐๔๐๐-๐๖๐๐ บกพร่องต่อหน้าที่ในการรักษาการณ์ พลาฯ จับได้จึงแดกพวกเวรนั้น ถึงเวลา ๐๖๒๐ ก็ปล่อยมาทำภารกิจส่วนตัว ล้างหน้าแปรงฟัน เก็บสัมภาระถึงเวลา ๐๖๔๐ ก็มารวมแถวเพื่อรับประทานอาหารเช้า เช้าวันนี้ทานข้าวกับพะโล้น่องไก่ อร่อยมากๆ ทานเสร็จก็ให้ทำความสะอาด สักพักผู้หมวดก็เรียกพวกที่ทำความสะอาดมารวมแล้วปล่อยไปกินสภา ส่วนที่เหลือเช็คยอดแล้วพักคอยอยู่บนดาดฟ้ากลางลำรอเคารพธงราชนาวีเวลา ๐๘๐๐ เสร็จแล้วก็เกิดอาการเซ็งอีก นั่งง...รออ...แล้วก็รอ.. รออะไรก็ไม่รู้ สักพักไม่นานนักก็เป็นการสาธิตการเปิดประตูหัวและแรม ซึ่งก็คืนประตูที่อยู่ด้านหัวเรือเพื่อเป็นทางให้รถถัง หรือ ยานพาหนะ ต่างๆสามารถขับเข้ามาได้ ประโยชน์เพื่อเป็นการขนส่งยานพาหนะนั่นเอง เริ่มเปิดประตูเวลา ๐๘๔๒ สุดยอด ความรู้สึกเหมือนเรากำลังอยู่ในเหตุการณ์สงครามอะไรสักอย่าง เป็นบุญตาที่ได้เห็น แรมที่บอกนั้นแบ่งเป็น ๓ ส่วน คือส่วนหัวที่ยื่นออกไป ส่วนกลาง และส่วนท้าย ความยาวรวมประมาณ ๒๐ เมตร จากนั้นก็ปิดประตูเวลา ๐๙๐๖ แล้วก็ให้มารวมแถวที่ดาดฟ้ากลางลำเรือเวลา ๐๙๑๕ ก็ปล่อยพัก เก็บของ ทำความสะอาด เตรียมชุดปกติเพื่อยืนรายกราบ แล้วก็หารองเท้าของก้องปภพที่หายไป ...นอนยาว...  เวลา ๑๐๕๕ ก็มารวมแถวเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน ก่อนทานเช็คยอดปรากฏว่า ชวลิตหายไป หลบไปนอนที่ไหนก็ไม่รู้ หาเจอปั๊บโดนแดกเดี่ยวเลยมาน ซวยจริงๆ เหตุมาจากการหลับลึก เพื่อนปลุกไม่ตื่น อาหารเที่ยววันนี้ทานกับ ผัดกะหล่ำหมู+ราดหน้าหมู อร่อยดี ทานเสร็จก็เก็บชูชีพ ความรู้สึกได้ถึงความโล่งอก เหมือนกับยกอะไรออกจากอกเลย เอาอีกแล้ว จะจบอยู่แล้วเชียว ระลอกใหม่เข้าโจมตีเวลา ๑๒๔๐ ก็ขออนุญาตเข้าห้องน้ำไป ตอนนี้กำลังรออะไรบางอย่างแต่นึกไม่ออก...  รู้แล้ว ก็รอเปลี่ยนเป็นชุดปกติไง ไปเปลี่ยนชุดมาแล้วใช้เวลาประมาณ ๑๕ นาที พร้อมสัมภาระที่เตรียมไว้ แต่ยังไม่ต้องนำขึ้นมา เวลาประมาณ ๑๒๑๐ ก็ขึ้นมารวมแถวในชุดปกติ แล้วจัดแถวเพื่อยืนรายกราบ ถึงป้อมพระจุลเวลา ๑๒๔๕ ใกล้ถึงท่าเรือแล้ว ก็รอตั้งนาน ถามไต้ฝุ่นๆ บอกว่าอีกประมาณ ๑๕ นาที นี่ครึ่งชั่วโมงแล้ว ยังไม่ถึงอีก มั่วจริงๆเลย แต่ก็ช่างเถอะถึงเมื่อไหร่ก็ถึงเหมือนกัน รอเวลา... แล้วก็เทียบท่าประมาณ ๑๔๑๐ นานจริงๆ ถึงท่าแล้วก็ทำพิธีกล่าวขอบคุณ จากนั้นก็โหลดสัมภาระลงเรือ กลับเข้าโรงเรียน ขึ้น รถ ตท.คันที่ ๑ ไปเจอพวกเรือหลวงสีชัง ที่นั่งรออยู่บนรถแล้ว สภาพดูไม่ได้ โทรมมากๆ สักพัก สีชังก็ข่มสุรินทร์เอาซะงั้น สักพักก็หลับไป ตื่นมาอีกที ๑๗๓๐ ถึงโรงเรียนเตรียมทหารที่รักโดยสวัสดิภาพ คิดถึงโรงเรียนจัง แต่อยากฝึกต่อ....

  

 

 

 

 

 

May 12

นี่แค่ 2 อาทิตย์นะ...

      เปิดเทอมไปได้ ๒ อาทิตย์ เรียนไปหลายคาบ...
 
                แต่ยังจำหน้าตาอาจารย์ผู้สอนไม่ได้สักคนเลย...
 
      เหมือนกะเห็นลางๆ มองไม่ชัดเท่าไหร่...
 
                ก็มัวแต่หลับอ่ะดิ ตื่นมางัวเงียเคารพและขอบคุณอาจารย์...
 
      ที่เข้ามาสอน แค่นั้นอ่ะ เหอะๆ...! เหมือนกะเรา...
 
                ยังไม่ได้เปิดเทอมเลย อ่า ว้า...!
 
      ๒ วันก่อนปล่อยพักบ้านเมื่อกี๊ เข้า นร.ผช.ฯ ๒ วันติด...
 
                กะอีแค่กรูไม่ได้สวดคำแปล...
 
      กูละไม่เข้าใจท่านรองฯจริงๆเล้ย ก็ดีเหมือนกาน...
 
                เปงบทเรียนบทแรกปาย ได้ข่าวมาว่า...
 
      น้อง ๔๙ บ่นกันหนาหูว่ากรูฝืดดด...เหลือเกิน... มานจะบ่นทำไมวะ...
 
                แค่นี้ทนไม่ได้ก็ลาออกไปดิ จริงมั้ยพวกเมิง...
 
       ช่างมาน กรูไม่สน หัวใจกูกำลังพองง..โตต... มีความสุขจริงจริ๊ง...
 
                อันแน่....! อยากรู้อ่ะดิ แหะๆ.. กูไม่บอกหรอก อิอิ...
 
       พรุ่งนี้ก็เข้า รร. แล้วกูเข้า ผช.ด้วย ดีดี ครั้งแรกที่เข้า ผช.
 
                วันอาทิตย์ คงจะตื่นเต้นน่าดูทีเดียวเชียว...
 
       แล้วเจอกานเพื่อนๆ...........................................
April 16

จะเปิดเทอมแล้วววว....

 ปีใหม่ไทยก็ผ่านไปแล้ว
 
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเป็นก่อนหน้านี้
 
หวนกลับมาเป็นเช่นเดิม
 
แต่ม่ายเปงราย
 
กรูจาเปิดเทอมแล้ว
 
คิดถึงพวกเมิงโครตตตๆๆๆ
 
จำไว้นะเว้ย...!
 
พวกเมิงทุกคนต้องปลูกฝังน้องๆทั้ง ๒ ชั้นปี
 
ให้เป็นนักเรียนเตรียมทหารที่ดีให้ได้
 
คงเข้าใจนะคำว่า"นักเรียนเตรียมทหารที่ดี"
 
มันหมายความว่าอย่างไร
 
สุดท้ายและท้ายสุด
 
กรูดีใจมากๆที่จะได้เจอพวกเมิงอีกครั้งนึง
 
ในฐานะพี่เบ้มของโรงเรียน
 
แล้วเจอกานเพื่อนๆ
 
โรงเรียนของเราต่อไปจะ...ขนาดไหน
 
ก็ขึ้นอยู่กะพวกเราแล้วล่ะ...
April 08

เซงว่ะ...

 

                                             แม่ง...! เซงว่ะ

 

                                 กลับมาขอนแก่นแม่งก็ไม่มีไรทำ

 

                            เพื่อนๆ ใครว่างๆลากกรูออกจากบ้านที


                                           เบื่อจะตายอยู่แล้ว

 

                                     โทรหาบางคนก็ไม่รับสาย


                                           ใกล้สงกรานต์ละ
 
                                     ระเบิดแน่กรู เต็มที่แน่นอน


                                   ไว้เจอกานสงกรานต์เพื่อนฝูง


                                  ที่เดิม ตรอกข้าวเหนียว นะเว้ย...

 

February 16

โดน..

ความเหมือนที่แตกต่าง...
++คนเรา  ถ้าจะให้เลือกระหว่างการที่ต้องทำตามหน้าที่กับทำตามหัวใจแล้ว..
 
+ทุกๆคนคงจะเลือกที่จะทำตามหัวใจตัวเองมากกว่าที่จะเลือกทำตามหน้าที่..
 
++ซึ่งในบางครั้งการที่ใครสักคนทำอะไรให้เราเป็นประจำทุกๆวัน....
 
+แล้วเราเลยคิดไปเองว่าเค้าคงเบื่อที่ทำให้เราแบบนี้ทุกวัน...
 
++มันเหมือนหน้าที่...  มันอาจจะไม่เหมือนกับความรู้สึกที่เค้ามีให้เราจริงๆก็ได้...
 
+มันอาจจะกลายเป็นความเคยชินที่เค้าเคยทำแบบนี้กับเราทุกวัน...
 
++แต่เค้าก็อาจจะไม่ได้อยากทำแบบนี้เลยซะด้วยซ้ำ....
 
+เค้าอาจจะหมดรักเราไปแล้วก็ได้..  โดยที่เราไม่รู้ตัว.....
 
++จะถามว่าเหมือนเราน้อยใจมั้ย?....  ก็อาจจะใช่!  เราอาจจะน้อยใจเค้ามากไปหน่อย...
 
+แต่การกระทำของคนเรามันดูออก...  ดูก็รู้แล้วว่าเค้ารู้สึกยังงัย!....
 
++อาจจะเป็นเพราะแฟนเก่าเค้าตามมาง้อ..   หรือตามมาปรึกษาก็ไม่รู้...
 
+แต่รู้สึกได้ว่า...  เวลาเค้าพูดถึงแฟนเก่า...  น้ำเสียงเค้าดูสดชื่นมาก..  เหมือนเค้ามีความสุขมาก....
 
++แต่เวลาเค้าคุยกับเรา..  น้ำเสียงเค้าคือเฉยชามาก...  เหมือนกับว่าไม่อยากคุย... 
 
+เหมือนกับว่ามันน่าเบื่อที่สุดในโลก...  เหมือนกับว่าทุกครั้งที่เราจะคุยกัน.. 
 
++จะต้องมีอุปสรรคมาทำให้เราไม่ได้คุยกัน..  เหมือนเค้าง่วงนอนทุกครั้ง... หรือไม่ก็ทำธุระอยู่...
 
+สงสัยเราคงรักเค้ามากเกินไปมั้ง..  เราคงรักเค้ามากเกินกว่าที่เค้ารักเรา...
 
++บางทีก็รู้สึกว่าความรักของคนสองคนมักจะไม่ค่อยเท่ากันนะ.....
 
+ไม่ใช่แค่ความรักอย่างเดียวที่ไม่เท่ากันนะ...  ความรู้สึกอื่นๆก็เกิดขึ้นได้เหมือนกัน...
 
++ความรักของแต่ละคนจะเอามาเท่ากับเหมือนสมการในวิชาคณิตศาสตร์..  คงเป็นไปไม่ได้...
 
+เพราะขนาดเวลาของคนที่รอ และ คนที่ถูกบอกว่าให้รอ..  ยังไม่เท่ากันเลย...
 
++จะประสาอะไรกับความรัก...  คนหนึ่งอาจจะรักมาก...  แต่อีกคนอาจจะรักนิดหน่อยก็เป็นได้...
 
+สิ่งใดๆในโลกนี้ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ  มันไม่มีวันเท่ากันอยู่แล้วนิ...
 
++แต่ถ้าเทียบแล้วก็น่าสงสารคนที่เค้ารักใครคนหนึ่งมากๆ  โดยไม่เผื่อใจให้ใครเลย...
 
+เพราะถือว่าคนนั้นเป็นคนรักเดียวใจเดียวก็จริง..  แต่คนเราจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลาได้หรือ?...
 
++มันไม่มีทางอยู่แล้วที่จะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา... 
 
+แล้วความรู้สึกที่เกิดขึ้นของคนๆหนึ่งที่เกิดขึ้นกับอีกคนๆหนึ่ง... 
 
++มันจะเท่ากันหรือกับความรู้สึกที่คนอีกคนหนึ่งเกิดขึ้นกับคนๆหนึ่ง...
 
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 
วันนี้มีคนมาสารภาพ ขอเป็นแฟน...  มันจะดีเหรอที่คนเราเคยเป็นเพื่อนกันแล้วเป็นแฟนกัน...
 
มันคงจะไม่ดีหรอก(มั้ง)  ก็ต้องรอดูกันต่อไปนะจ้ะ!...